| สินค้าทั้งหมด |
|Home|About us|Community|Products|Service|Design garden|วมLink|แหล่งข้อมูล|ข้อเสนอแนะ|โฆษณา|FAQs|About webmaster|

maipradab.com
6/1 หมู่ 11 คลอง15 ศูนย์พันธ์
ไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ต.บางปลากด อ.องครักษ์ จ.นครนายก 26120
E-mail : webmaster@maipradab.com
Tel.(037)332039,(01)8469556

 ไม้ประดับมงคล
  
ไม้ประดับภายนอกอาคาร |
 ไม้ประดับภายในอาคาร |
  | สวนสวยและการจัดสวน |
=   
บัว
ชื่อสามัญ                       Water Lily

ชื่อวิทยาศาสตร์            
    Nymphaea lotus Linn.

วงค์                           
  NYMPHAEACEAE

ชนิดของบัวที่นิยมปลูกเป็นไม้มงล
1. บัวหลวง                  : ( Nelumbo nucifera)

2. บัวฝรั่ง         :           ( Zephyranthes rosaw)

3.บัวผัน บัวเผื่อน        : ( Nymphacea lotus)

4. บัวสาย บัวจงกลนี    : ( Nymphacea lotus)

5. บัวกระด้ง                : (Victoria amazonica)
    
ลักษณะทั่วไป
บัวเป็นพรรณไม้น้ำประเภทพืชล้มลุก มีลำต้นและหัวอยู่ในดิน ใต้น้ำการเจริญชูก้านใบและดอกขึ้นมาบนผิวน้ำ ใบมีลักษณะกลมกว้างใหญ่ ผิวใบเรียบ มีสีเขียวหรือน้ำตาลอ่อน ดอกเป็นกลีบซ้อนกันหลายขั้น ลักษณะดอกคล้ายรูปกรวย เวลาบานคล้ายกับร่ม ดอกมีสีขาว ชมพู เหลือง ผลคือส่วนที่อยู่ตรงกลางดอก ซึ่งมีเมล็ดประกอบอยู่ภายในจำนวนมาก ลักษณะ
ขนาดสีสรร ของใบและดอกขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์
การเป็นมงคล
คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นบัวไว้ปรจำบ้าน จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์ ความเบิกบาน เพราะการเปรียบเทียบดอกบัวที่ชูดอกพ้นจากผิวน้ำว่า เป็นผู้ที่หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง เป็นผู้ตื่น ผู้รู้ ผู้เบิกบาน นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่าช่วยทำให้เกิดความห่วงใยความผูกพันธ์ของคนในครอบครัว เพราะสายใยบัวคือ ความห่วงใย ความผูกพันธ์
ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก
เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นบัวไว้ทางทิศตะวันตก ผู้ปลูกควรเป็นผู้ที่เกิดในปีจอ เพราะต้นบัวเป็นต้นไม้ประจำปีจอ นอกจากนี้หากผู้อาศัยในบ้านเกิดในปีจอด้วยแล้วก็จะเป็นมงคลยิ่งขึ้น และถ้าจะให้ดีผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาประโยชน์ทางดอกให้ปลูกในวันพุธ
การปลูก วิธีที่นิยมปลูกมี 2 วิธี คือ
การดูแลรักษา
แสง                                    ต้องการแสงแดดอ่อน จนถึงแสงแดดจัด

น้ำ                                      ต้องการปริมาณน้ำมาก เพราะเป็นพืชเจริญอยู่ในน้ำ

ดิน                                     ดินเหนียว ดินนา ดินผสมอินทรีย์

ปุ๋ย                                     ในระยะแรกก่อนปลูกใช้ปุ๋ยคอก อัตรา 0.5-1 กิโลกรัม/กอ ใช้ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 หรือ 16-20-0
                                          อัตรา 200-300 กรัม/กอ โดยหว่านลงน้ำ ใส่ปีละ 4-5 ครั้ง

การขยายพันธุ์                    การเพาะเมล็ด การแยกกอ

ิวธีที่นิยมและได้ผลดีคือ       การแยกกอจากหัวหรือเหง้า

โรคศัตรู                             โรครากเน่า เพลี้ยต่าง ๆ

อาการ                                ใบและก้านใบเหลือง แห้งเหี่ยว และแคระแกร็น ใบอ่อนหงิกงอ ใบและดอกบัวแคระแกร็น

การป้องกัน                         การรักษาความสะอาดดินปลูกและคุณภาพน้ำ หลีกเลี่ยงบริเวณเพลี้ยระบาด

การกำจัด                            ทำลายต้นที่เป็นโรคทิ้งแล้วปลูกใหม่ ใชยาโดไม้ที อัตราและคำแนะนำระบุไว้ในฉลาก

  กล้วยไม้
  คล้า
  ธรรมรักษา
  บัว
  บอนสี
  พุทธรักษา
  ลิ้นมังกร
  เงินไหลมา
  ใบละบาท
  เฟื้องฟ้า
  มรกตแดง
  ราชินีหินอ่อน
  ออมเงิน ออมทอง
  กระบองเพชร
  กุหลาบ
  โกสน
  ชวนชม
  ใบเงิน
  ใบทอง
  กวนอิมเงิน
  กวนอิมทอง
  เข็ม
  ใบนาค
  ประยงค
  โป๊ยเซียน
  เพชรชมพู
  เพชรไพลิน
  เพชรสายรุ้ง
  พุด
  พู่ระหงส์
  มะลิ
  มงกุฎเพชร
  เล็บครุฑ
 
 สร้อยทอง
  หมากผู้หมากเมีย
  กัลปพฤกษ์
  แก้ว
  ข่อย
  ทรงบาดาล
  ฆนฑา
  พิกุลทอง
  โมก
  ราชพฤกษ์
  ลำดวน
  วาสนาราชินี
  วาสนาอธิษฐาน
  สุพรรณนิการ ์

  
สงจันทร์
  สนฉัตร
  หมากนวล
  กระดังงา
  ตะแบก
  ทองกวาว
  ทองหลาง
  ไทร
  บุนนาค
  ประดู่
  ปีป
  พญาสัตบรรณ
  พยุง
  พะยอม
  เลี่ยน
  ไผ่
  สักทอง
  สารภี




1.) การปลูกในปลูกในสระหรือบ่อ
  1.1 สระขนาดใหญ หรือเรียกว่าการทำนาบัว ใช้พื้นที่ขนาด 5-50 ไร่ พื้นที่ที่เหมาะในการปลูกตัวต้องเป็นที่ราบสม่ำเสมอ
       และอยู่ใกล้แหล่งน้ำดินเป็นดินเหนียวการเตรีมพื้นที่คล้ายกับการทำนาดำโดยระบายน้ำออกให้แห้งก่อน  แล้วยกคันดินโดยรอบ
       พื้นที่ให้สูง ประมาณ 1-2 เมตร ปรับพื้นที่ให้เรียบจึงไถดะหรือไถพรวน หลังจากนั้นโรยปูนขาวอัตรา 5-10  กิโลกรม/ไร ตาก
       แดดทิ้งไว้ 7-10 วัน แล้วไถแปรอีกครั้ง พร้อมกับเติมปุ๋ยคอกอัตราไร่ละประมาณ 150 กิโลกรัมต่อไร่หลังจากนั้นจึงปักดำบัวโดยใช
       ระยะ 2 x 2 เมตร ในพื้นที่ 1 ไร่ ระยะแรกปลูกบัว ควรรักษาระดับน้ำให้ขังอยู่ในแปลงในระดับที่พอเหมาะคือ ควรลึกประมาณ 30
        เซนติเมตร ในช่วงเดือนแรก หลังจากนั้นปล่อยน้ำเข้าแปลงอีกประมาณ 50-100  เซนติเมตร
  1.2 สระขนาดเล็ก หรือในพื้นที่ที่จำกัด ทำได้โดยวิธีการขุดสระหรือบ่อขนาด 2 x 3 x 1 เมตร (กว้าง x ยาว x ลึก )
       หรือขนาดอื่นที่ใกล้เคียงกันควรเป็นพื้นที่ราบสม่ำเสมอและอยู่ใกล้แหล่งน้ำดินต้องเป็นดินเหนียวการเตรียมดินก็คล้ายกับการ
       ปลูกในสระใหญ่ เพียงแต่ลดอัตราส่วนของปูนขาวและปุ๋ยคอกลงเล็กน้อย คือใช้ปูนขาวโรงพื้นประมาณ 200 กรม ใช้ปุ๋ยคอก 2-5
       กิโลกรัม/สระ ส่วนจำนวนต้นปลูกควรใช้24ต้น/สระกรณีที่อยู่ห่างแหล่งน้ำและดินปลูกไม่เหมาะสมเราสามารถขุดสระหรือบ่อขนาด
       2 x 3 x 1 เมตร (กว้าง x ยาว x ลึก) หรือขนาดอื่นที่ใกล้เคียงกันโดยใช้ปูนซีเมนต์ทำเป็นพื้น เพื่อกักเก็บน้ำแล้วนำดินเหนียว        ผสมปุ๋ยคอกเป็นดินปลูกหลังจากนั้นจึงนำต้นบัวมาปลูก24/สระคอยเพิ่มระดับน้ำทีละน้อยตามความเจริญของต้นบัวและคอยเปลี่ยน
       น้ำหรอถ่ายเทเมื่อสังเกตุเห็นว่าน้ำเสื่อมคุณภาพ คือ มีกลิ่นเหม็น หรือสีคล้ำ พันธุ์บัวที่ใช้ปลูกในสระหรือบ่อ ได้แก่ บัวหลวง บัวผัน
       บัวเผื่อน บัวสาย บัวจงกลนี บัวกระด้ง

2. การปลูกในกระถาง นิยมปลูกกัน 2 ลักษณะ คือ
  2.1 ปลูกโดยใช้กระถาง 2 ใบ วางซ้อนกันโดยใช้ใบใหญ่ 1 ใบ และใบเล็ก 1 ใบ ขนาดกระถางใบใหญ่ มีขนาด 18-24 นิ้ว
        เป็นกระถางทรงสูงสามารถกักเก็บน้ำได้ ส่วนขนาดกระถางใบเล็กมีขนาด 6-8 นิ้ว เป็นกระถางทรงสูงใช้สำหรับใส่ดินปลูกบัว         โดยใช้ดินผสมหรือดินเหนียว : ปุ๋ยอินทรีย์อัตรา2:1ผสมดินปลูกหลังจากนั้นก็นำกระถางใบเล็กวางซ้อนในกระถางน้ำใบใหญ่ที่
       เตรียมไว้ แล้วค่อย ๆ ใส่น้ำลงไปในกระถางในระดับที่เหมาะสม กับความต้องการของต้นบัว การปลูกวิธีนี้สามารถเปลี่ยน
       กระถางบัว และเคลื่อนย้ายได้สะดวกเพราะเป็นกระถางเล็ก
 2.2 ปลูกโดยใช้กระถางใบเดียว โดยใช้กระถางทรงสูงขนาด 18-24 นิ้ว ซึ่งสามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ วิธีปลูกก็นำดินปลูกผสมปุ๋ยอินทรีย์        คือใช้ดินผสมหรือดินเหนียว:ปุ๋ยอินทรีย์อัตรา2:1แล้วใส่ดินปลูกลงในกระถางประมาณ1/2ของกระถางจึงนำต้นบัวไปปลูกหลังจาก
       นั้นก็ค่อย ๆ ใส่น้ำลงไปในกระถางระดับเดียวกับขอบกระถาง พันธุ์ที่ใช้ปลูกในกระถางทั้งสองวิธีได้แก่ บัวหลวง บัวผัน บัวเผื่อน
       บัวสาย ถ้าจะให้ต้นมีการเจริญที่ดี และสวยงามควรเปลี่ยนน้ำ เมื่อเห็นว่าสกปรกหรือใส่ปุ๋ยบำรุงด้วยปุ๋ยที่นิยมใช้คือ ปุ๋ยเคมีสูตร
      15-15-15 อัตรา 150-300 กรัม/กระถาง โดยหว่านลงในน้ำ ใส่ 2-3 เดือน/ครั้ง