| สินค้าทั้งหมด |
|Home|About us|Community|Products|Service|Design garden|วมLink|แหล่งข้อมูล|ข้อเสนอแนะ|โฆษณา|FAQs|About webmaster|
ไม้ประดับมงคล
  
ไม้ประดับภายนอกอาคาร |
 ไม้ประดับภายในอาคาร |
 | สวนสวยและการจัดสวน |
=   
ชื่อสามัญ

ชื่อวิทยาศาสตร์

ตระกูล

ลักษณะทั่วไป
การเป็นมงคล
ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก
การปลูก
ทองหลาง
Coral Tree

Erythrina crista - galli.

PAPILIONACEAE

ชนิดของทองหลางที่นิยมปลูกเป็นไม้มงคล
1. ทองหลางด่าง                            
    ชื่อสามัญ                                    : Indian Coral
   ชื่อวิทยาศาสตร์                           : Erythrina variegata.
    วงศ์                                           : LEGUMINOSAE
    ชื่ออื่น                                         : ทองหลางลาย

2. ทองหลางบ้าน            
    ชื่อสามัญ                                     : Crabclaw
    ชื่อวิทยาศาสตร์                           : Erythrina indica.
    วงศ์                                            : LEGUMINOSAE
    ชื่ออื่น                                          : ทองหลางดอกแดง
    

ทองหลางเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ลำต้นมีความสูงประมาณ 10 - 20 เมตรผิวเปลือกลำต้นบางมีสีเทาหรือ
เหลืองอ่อนๆ ลำต้นและกิ่งก้านนั้นมีหนามแหลมคมใบเป็นใบรวมออกเป็นช่อมีประมาณ 3 ใบลักษณะใบเป็นรูปสามเหลี่ยม
คล้ายใบโพธิ์ขนาดใบกว้างประมาณ 2 -3 นิ้วยาวประมาณ35นิ้วผิวใบเรียบสีเขียวหรือด่างเหลืองๆใต้ท้องใบมีสีขาวขุ่นก้านช่อ
ยาวประมาณ 3-5 นิ้วดอกออกเป็นช่อติดกันเป็นกลุ่มออกตามบริเวณข้อต้นหรือโคนก้านใบลักษณะดอกคล้ายกับดอกถั่วมีส
ีแดงหรือชมพูกลีบดอกกว้างประมาณ 1-2 นิ้ว ยาวประมาณ 2-3 นิ้ว ช่อดอกยาวประมาณ 4-8 นิ้ว ผลเป็นฝักแบนโค้งเล็กน้อย
โคนฝักจะลีบเล็กผลแก่ฝักจะแตกที่ปลายอ้าออกภายในฝักมีเมล็ดเป็นเหลี่ยมนอกจากนี้ลักษณะของต้นใบดอกแตกต่างกัน
ไปตามชนิดพันธุ์

การดูแลรักษา
คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นทองหลางไว้ประจำบ้านจะทำให้มีทองมาก มีความร่ำรวย เพราะทองหลางเป็นไม้มง
คลนาม คือมีทองมากมายหลากหลาย นอกจากนี้ทองหลางใบสีทองยังมีความสวยงาม ดุจประกายทองสีเหลือง เรืองรองด
ูดาดตาและโบราณยังมีความเชื่ออีกว่าถ้านำใบทองหลางไปใช้เป็นเครื่องประกอบในพิธีสำคัญทางศาสนาจะทำให้เกิดส
ิริมงคลยิ่งขึ้น เช่น พิธีปลูกบ้าน พิธีแต่งาน และยังเชื่ออีกว่า ต้นทองหลางเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ที่ปลูกบนสวรรค์ในสมีย
พุทธกาล จึงได้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ต้นประวาลพฤกษ์หรือต้นปาริชาติ
เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัยควรปลูกต้นทองหลางไว้ทางทิศเหนือผู้ปลูกควรเป็นผู้ที่เกิดในปีมะแมเพราะต้น
ทองหลางเป็นต้นไม้ประจำปีมะแมด้วยถ้าหากผู้อาศัยในบ้านเกิดปีมะแมด้วยแล้วก็จะเป็นมงคลมากยิ่งขึ้นนอกจากนี้
ผู้ปลูกควรปลูกในวันเสาร์ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาคุณทั่วไปให้ปลูกในวันเสาร์
นิยมปลูกลงในแปลงปลูก เพื่อประดับบริเวณบ้านและสวน ขนาดหลุมปลูก 50 x 50 x 50 เซนติเมตรใช้ปุ๋ยคอก หรือ
ปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1 : 2 ผสมดินปลูก ถ้าปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้าน หรืออาคาร ควรปลูกให้มีระยะห่างที่เหมาะ
สม เพราะทองหลางเป็นไม้ที่มีทรงพุ่มโตพอสมควร

  กล้วยไม้
  คล้า
  ธรรมรักษา
  บัว
  บอนสี
  พุทธรักษา
  ลิ้นมังกร
  เงินไหลมา
  ใบละบาท
  เฟื้องฟ้า
  มรกตแดง
  ราชินีหินอ่อน
  ออมเงิน ออมทอง
  กระบองเพชร
  กุหลาบ
  โกสน
  ชวนชม
  ใบเงิน
  ใบทอง
  กวนอิมเงิน
  กวนอิมทอง
  เข็ม
  ใบนาค
  ประยงค
  โป๊ยเซียน
  เพชรชมพู
  เพชรไพลิน
  เพชรสายรุ้ง
  พุด
  พู่ระหงส์
  มะลิ
  มงกุฎเพชร
  เล็บครุฑ
 
 สร้อยทอง
  หมากผู้หมากเมีย
  กัลปพฤกษ์
  แก้ว
  ข่อย
  ทรงบาดาล
  ฆนฑา
  พิกุลทอง
  โมก
  ราชพฤกษ์
  ลำดวน
  วาสนาราชินี
  วาสนาอธิษฐาน
  สุพรรณนิการ ์

  
สงจันทร์
  สนฉัตร
  หมากนวล
  กระดังงา
  ตะแบก
  ทองกวาว
  ทองหลาง
  ไทร
  บุนนาค
  ประดู่
  ปีป
  พญาสัตบรรณ
  พยุง
  พะยอม
  เลี่ยน
  ไผ่
  สักทอง
  สารภี




maipradab.com
6/1 หมู่ 11 คลอง15 ศูนย์พันธ์
ไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ต.บางปลากด อ.องครักษ์ จ.นครนายก 26120
E-mail : webmaster@maipradab.com
Tel.(01)8469556

แสง                          ต้องการแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง

น้ำ                             ต้องการปริมาณน้ำปานกลาง ควรให้น้ำ 5-7 วัน/ครั้ง

ดิน                           ชอบดินร่วนซุย

ปุ๋ย                           ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 2: 3 กิโลกรัม/ต้น ควรใส่ปีละ 3-4 ครั้ง หรือใช้ปุ๋ยเคมี สูตร 15 - 15 - 15
                                 อัตรา 100-300 กรัม/ต้น ใส่ปีละ 3-4 ครั้ง
                                
การขยายพันธ์         การปักชำ การตอน

โรค                           ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรค เพราะมีความทนทานต่อโรคได้ดี

ศัตรู                         เพลี้ยต่าง ๆ (Aphis)

อาการ                 
กัดแทะใบ ทำให้ใบเป็นรู เป็นรอย โดยเฉพาะใบอ่อนจึงทำให้ทรงพุ่มแคระแกร็น
                                  
การป้องกัน               ทำลายตัวอ่อนของเพลี้ยก่อนเจริญเป็ฯตัวแก่

การกำจัด                  ใช้ยาคาร์บาริล (Carbaryl) อัตราและคำแนะนำระบุไว้ตามฉลาก