
นับเป็นเวลาหลายพันปีมาแล้ว ที่มนุษย์ได้รู้จักนำเอาพืชมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตัวเอง ดังจะเห็นได้จากปัจจัยต่าง ๆ ที่ใช้ใน
การดำรงชีวิต ล้วนแล้วแต่ได้รับมาจากพืชทั้งนั้น ในอดีตที่ผ่านมามนุษย์ได้เรียนรู้ที่จะนำเอาต้นไม้มาปลูกรอบๆ บริเวณที่อยู่
อาศัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้เกิดร่มเงาให้ดอกให้ผล ใช้เป็นอาหารและบางชนิดยังเป็นยารักษาโรคได้อีกด้วย
ปัจจุบันความเจริญทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น จนเกิดการสวนทางกันกับธรรมชาติ ดังจะเห็นได้จากการตัด
ไม้ทำลายป่า เพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่มนุษย์ ที่นับวันแต่จะเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อย ๆ แต่พื้นที่ที่มนุษย์จะใช้เพื่อการอยู่อาศัย ก็ยังคงมีปริมาณเท่าเดิม ด้วยเหตุนี้เองที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยของมนุษย์จึงต้องจำดัด
ขนาดลงและเมื่อที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยของมนุษย์มีขนาดเล็กลง การที่จะปลูกต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่เพื่อให้ร่มเงา ให้ดอกให้ผลนั้น
จึงไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ นอเสียจากการปลูกต้นไม้ ที่มีขนาดเล็กเพื่อที่จะได้ชื่นชมกับความงามของดอกหรืใบเท่านั้น
การที่ไม้ประดับจะเจริญเติบโต แข็งแรงและมีสุขภาพดีได้นั้น หาได้ขึ้นอยู่กับการให้น้ำและให้ปุ๋ยอย่างเพียงพอเท่านั้นไม่ แต่ยังมีปัจจัยสำคัญอื่น ๆ ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของไม้ประดับอยู่อีกหลายประการ ที่ผู้ปลูกเลี้ยงควรจะรู้และทำความเข้าใจเอาไว้ ปัจจัยที่สำคัญที่มีผลต่ออาการเจริญเติบโตของไม้ประดับ มีอยู่ด้วยกันหลายประการ ดังนี้คือ
- แสงสว่าง
- อุณหภูมิ
- น้ำและความชื้น
- อากาศ
- ธาตุการหาร
- ดิน
แสงสว่าง แสงสว่างเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อพืชเป้ฯอย่างมาก เพราะพืชจะต้องใช้พลังงานจากแสงสว่างในขบวนการสังเคราะห์แสง ซึ่งจะได้แป้งและน้ำตาลมาใช้ในการดำรงชีวิต ความต้องการแสงของพืชนั้นจะมีปริมาณที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช เราจะเห็นได้ว่าพืชชนิดใดก็ตามที่มีใบสีเขียวมากจะสังเคราะห์แสงได้มากกว่าพืชที่มีใบสีเขียวอยู่น้อยหรือมีสีอืนที่ไม่ใช่สีเขียวเพราะพืชที่มีใบสี เขียวจะมีคลอโรฟิลล์มาก ดังนั้นพืชบางชนิดจึงพยายามที่จะปรับคลอโรฟิลล์ของมันเองให้มากหรือน้ย ตามปริมาณของแสงที่ได้รับในเรื่องของไม้ประดับนี้ ถ้าผู้ปลูกเลี้ยงต้องการที่จะรักษาความงามตามธรรมชาติของไม้ประดับเอาไว้ ให้คงอยู่นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ ก็จะต้องศึกษาถึงปริมาณของแสงที่ไม้ประดับนั้น ๆ ต้องการให้ดีเสียก่อน
1.
กลุ่มของพืชที่ต้องการแสงน้อย พืชในกลุ่มนี้เหมาะที่จะปลูกเป็นไม้ประดับในร่ม
ส่วนมากจะปลูกอยู่ในหร้องหรือในอาคารสำนักงาน
ที่มีแสงน้อย
อากาศเย็นสบาย ซึ่งได้แก่ แก้วหน้าม้า
หน้าวัว และพืชตระกูลเฟิร์น บางชนิด เป็นต้น
2. กลุ่มของพืชที่ต้องการแสงปานกลาง
พืชในกลุ่มนี้จะทนแสงแดดได้พอสมควร
การนำมาปลูกประดับไว้ในห้องหรืออาคารสำนักงานจะต้องตั้งเอาไว้
ใกล้ๆกับหน้าต่างหรือระเบียงบ้านที่แดดส่องถึงบ้างโดยเฉพาะในตอนเช้าและตอนบ่าย
พืชในกลุ่มนี้ได้แก่ ดาดตะกั่ว ปริก ปาล์มจีบ
ปาล์มชมพูและพืชในตะกูลวาสนาบางชนิด
3.
กลุ่มของพืชที่ต้องการแสงมาก
พืชในกลุ่มนี้จัดเป็นพืชกลางแจ้งนิยมปลูกไว้นอกตัวอาคารหรือปลูกตามสนามหญ้า
ต้องการแสงแดดจัดตลอดทั้งวัน ได้แก่ อากาเว่ เฟื่องฟ้า
โกสน เล็บครุฑ ปาล์มต่าง ๆ หมากเหลือง หมากแดงและวาสนา เป็นต้น
ธาตุอาหาร ธาตุอาหารหรืออาหารของพืช
เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของพืช
โดยธรรมชาติแล้วพืชจะได้รับธาตุอาหารต่างๆ
จากดินแต่บางครั้งธาตุอาหารที่มีอยู่ตามธรรมชาตินั้นก็หาได้มีเพียงพอกับความต้องการของพืชไม่
จึงจำเป็นที่ผู้ปลูกเลี้ยงจะต้องเพิ่มธาตุอาหารลงไปในดิน
ธาตุอาหารหรือปุ๋ยที่เราเติมลงไปในดินให้กับพืชนั้น มีอยู่ 2 ชนิด
คือ
1. ปุ๋ยอินทรีย์ คือ ปุ๋ยที่เกิจากซากพืชและซากสัตว์
ได้แก่ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักและปุ๋ยเทศบาล เป็นต้น
2.
ปุ๋ยอนินทรีย์ คือ ปุ๋ยที่เกิจากการสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ ปุ๋ย ยูเรีย
ไนเตรทหรือร๊อคฟอสเฟต ปุ๋ยพวกนี้มีทั้งเป็นปุ๋ยเดี่ยวและปุ๋ยรวม
ส่วนมากจะเรียกกันเป็นสูตรเช่น4600หรือ15-15-15เป็นต้นปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอกนั้นนิยมใช้คลุกเคล้ากับดินที่จะปลูกหรือรองกันหลุมเพื่อให้ดิน
มีความอุดมสมบูรณ์และร่วนซุยอีกทั้งยังเป็นตัวช่วยปรับสภาพโครงสร้างของดินให้ดีอีกด้วยแต่การให้ผลตอบสนองจะช้ากว่าปุ๋ยเคีซึ่งปุ๋ยเคมีนั้น
จะให้ผลตอบสนองรวดเร็วทันใจ
แต่ผลเสียก็คือว่าดินจะจับตัวกันแน่นและโครงสร้างของดินก็จะเสียหายไปด้วย
ถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ
ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียแกไม้ประดับของท่าน
ในการใช้ปุ๋ยนั้นควรจะพิจารณาและเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาพของต้นไม้และดินด้วยื
maipradab.com
6/1 หมู่ 11 คลอง15 ศูนย์พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ต.บางปลากด อ.องครักษ์ จ.นครนายก 26120
E-mail : webmaster@maipradab.com
Tel.(037)332039,(01)8469556