การขยายพันธุ์

การขยายพันธุ์ คือการเพิ่มจำนวนหรือปริมาณของพืชที่เราต้องกรรให้มากขึ้น การขายพันธุ์นั้น แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
   1. การขยายพันธุ์โดยใช้เพศ ได้แก่ การเพราะเมล็ดหรือสปอร์
  2. การขยายพันธุ์โดยไม่ใช้เพศ ได้แก่ การใช้ส่วนต่างๆ ของพืช เช่น การตอน การตัดชำ การทาบกิ่ง การต่อกิ่ง การแยกหน่อ ฯลฯ
     ในการขยายพันธุ์ไม้ประดับนี้ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากพืชประเภทอื่นเลยแต่ทั้งนี้และทั้งนั้นในการขยายพันธุ์ไม้ประดับ
ก็จะต้องพิจารณาถึงชนิดและประเภท
     ของพันธุ์ไม้ด้วย สำหรับวิธีขยายพันธุ์นั้นมีอยู่มากมายหลายชนิดแต่วิธีที่กล่าวถึงต่อไปนี้ ถือเป็นวิธีขยายพันธุ์ที่ง่ายได้ผลดีและได้รับความนิยมกันมาก
     ได้ก่ การเพาะเมล็ด การตอน การตัดชำและการแยกหน่อ

การขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดนั้นนั้น ถือว่าเป็นการขยายพันธุ์ที่ง่ายและประหยัดที่สุด เพราะไม่ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์มาก ก่อนที่เราจะเพาะเมล็ดนั้น เราจะต้องรู้ก่อนว่าเมล็ดพืชที่จะเพาะมีลักษณะแบบไหน เช่น มีการฟักตัวหรือไม่ เปลือกหนาหรือเลือกบางแค่ไหน ควรเพราะตอนที่สดอยู่หรือจะต้องตากให้แห้งก่อน ในการเพราะเมล็ดนั้นเราจะต้องเข้าใจว่า เมล็ดพืชแต่ละชนิดจะมีอายุการงอกที่แตกต่างกันออกไป บางชนิดสามารถที่จะงอกได้ภายใน 2-3 วัน แต่บางชนิดกว่าจะงอกได้ต้องใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปีก็มี โดยเฉพาะเมล็กของพืชที่มีการฟักตัวหรือเมล็ดที่มีเปลือกหนาและเป็นมันจนความชื้นไม่สามารถที่จะชึมผ่านเข้าไปได้ ดังนั้นารเพาะเมล็ดพวกนี้จะต้องอาศัยเทคนิคเข้าช่วยโดยอาจใช้การฝน การถู การเจาะรูหรือการนำไปลวกในน้ำร้อน เพื่อทำลายการฟังตัวและให้ความชื้นซึมผ่านเข้าไปได้ เมล็ดจะได้งอกเร็วขึ้น
วัสดุที่ใช้ในการเพาะชำนั้นจะต้องมีความร่วนซุยและอุ้ม้ำได้ดี โดยส่วนมากจะใช้ถ่านแกลบ ทรายน้ำจืดและดินร่วน ในกรณีที่ใช้ถ่านแกลบควรจะใช้น้ำล้างหรือแช่น้ำ เพื่อล้างความป็นด่างออกเสีย่อน โดยอาจผสมทรายกับถ่านแกลบหรือใช้ทั้ง 3 อย่างก็ได้ โดยใช้อัตราส่วน ทราย1 ส่วน ถ่านแกลบ 1 ส่วนและดินร่วน 1 ส่วน นำมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วใส่ในภาชนะซึ่งอาจเป็นกระบะไม้ทรงตื้น สุงประมาณ 4-5 นิ้ว (กระบะที่ใช้จะต้องมีรูเพื่อให้น้ำระบายออกได้ด้วย) หรือจะใช้ตะกร้าพลาสติกทรงตื้นพิมพ์รองก้นตะกร้าก่อนจะใส่วัสดุเพาะชำลงไป เพื่อันไม่ให้น้ำระบายออกเร็วเกินไป ในการใส่วัสดุเพาะเมล็ดนี้ จะต้องใส่ให้ต่ำกว่าขอบภาชนะประมาณ 1 นิ้ว การเพาะเมล็ดอาจให้วิธีการโรยก็ได้ถ้าเป็นเมล็ดที่มีขนาดเล็ก แต่ถ้าเป็นเมล็ดที่มีขนาดใหญ่ เช่น เมล็ดปาล์ม หรือหมาก อาจขุดร่องเพาะเป็นแถวหรือขุดหลุมเพาะก็ได้ เมื่อใส่เมล็ดลงไปแล้ว ควรใช้วัสดุเพาะกลบเมล็ดให้หนาประมาณ 1 ซ.ม.คลุมทับด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์อีกที เพื่อกันไม่ให้เมล็ดถูน้ำพัดพาไปแล้วจึงรดน้ำรอจนเมล็ดงอกจึงเปิดกระดาษออกนำไปตั้งไว้ในที่ร่มรำไรอย่าให้ถูกแสงแดดจัด พอเจริญเติบโตจนมีใบจริงแล้วจึงย้ายออกไปชำเพื่อเตรียมปลูกต่อไป

การตอน
คือการทำให้กิ่งหรือลำต้นของพืชที่เราต้องการ ออกรากในขณะที่ยังติดอยู่กับต้นเดิม การขยายพันธุ์ดดยการตอนนั้นมีอยู่หลายแบบหลายวิธีด้วยกัน แต่ที่จะแนะนำนี้เป็นวิธีการตอนโดยไม่ใช้ดิน ซึ่งเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมมากในหมู่ผู้เพาะและขยายพันธุ์ไม้ประดับ โดยการใช้ขุยมะพร้าวแทนดิน ซึ่งมีวิธีปฎิบัติง่าย ๆ ดดยนำขุยมะพร้าวมาแช่น้ำไว้ประมาณ 1 คืน แล้วนำไปบรรจุในถุงพลาสติกขนาด 4 X 6 นิ้ว แล้วรัดปากถุงให้แน่น หลังจากนั้นจึงทำการควั่นกิ่งที่ต้องการจะตอน (กิ่งที่จะตอนควรเป็นกิ่งที่ไม่แก่ไม่อ่อนจนเกินไปหรือเป็นกิ่งที่มีอายุประมาณ 1 ปี) ดดยควั่นให้เป็นรอยห่างกัน เท่ากับเส้นรอบวงของกิ่งแล้วแกะเอาเปลือกออก ใช้มีดขุดบริเวณรอบควั่นเพื่อเอาเยื่อเจริญออก โดยขุดจากบนลงล่าง ถ้าต้องการให้รากออกเร็วจะใช้ฮอร์โมนเร่งราก ทาก็ได้ โดยทาบริเวณรอยขูดด้านบน เมื่อเสร็จจากการควั่นกิ่งแล้ว นำถุงบรรจุขุยมะพร้าวมากรีดตามยาว การกรีดต้องกรีดให้ลึกลงไปในขุยมะพร้าวด้วยนำถุงขุยมะพร้าวที่กรีดแล้วไปประบกับบริเวณที่ควั่นควรให้กิ่งอยู่ตรงกลางถุงมากที่สุด แล้วใช้เชือกหรือลวดรัดถุงขุยมะพร้าวติดกับกิ่งให้แน่น อย่าให้โยกหรือคลอนได้เพราะจะทำให้รากขาด ทิ้งเอาไว้ประมาณ 3-5 สัปดาห์ รากก็จะงอกออก รอจนรากป็นสีเหลืองหรือน้ำตาลอ่อน ๆ แล้วจึงบากเตือนทิ้งไว้อีกประมาณ 1 สัปดาห์ จึงตัดไปชำเพื่อรอการปลูกต่อไป
1. กิ่งที่จะตอนควรเป็นกิ่งที่ไม่อ่อนและไม่แก่จนเกินไป
ทำการบากกิ่งโดยรอบทั้งบนและล่าง
2. ลอกเอาเปลือกออกแล้วใช้มีดขูดเอาเยื่อเจริญออกให้หมด
โดยขุดจากบนลงล่าง
1. โรยเมล็ดลงบนวัสดุชำ ให้เมล็ดห่างกันพอสมควร
2. กลบด้วยวัสดุเพาะชำให้หนาประมาณ 1 นิ้ว
3. รดน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอรอจนเมล็ดงอกดีแล้วจึงย้ายไปปลูกต่อไป
3. นำถุงบรรจุขุยมะพร้าวมาฝ่าตามยาว
4.นำไปประกบกับรอยแผลที่ควั่นเอาไว้ แล้วรัดให้แน่นอย่าให้โยกหรือคลอนได้
รอจนแตกรากดีแล้วจึงบากเตือนไว้ก่อน
แล้วจึงตัดไปปลูกต่อไป

การตัดชำ คือการนำเอาส่วนของพืชที่มีความสามารถในการเกิดรากและเจริญเติบโตเป็นต้นใหม่ได้ มาไว้ในสภาพวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อให้ส่วนของพืชเหล่านั้นเจริญเติบโตเป็นต้นใหม่ต่อไป การขยายพันธุ์โดยการปักชำนี้ มีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ คือ
     1. การตัดชำกิ่งหรือลำตัน คือการนำเอาส่วนของกิ่งและลำต้นพืชมาปักชำไว้ในวัสดุเพาะชำที่มีสภาพเหมาะสม แก่การเกิดรากและเจริญเติบโตกิ่งที่จะชำนั้นต้งเป็นกิ่งที่ไม่แก่และไม่อ่อนจนเกินไป นำมาตัดให้เป็นท่อนยาวประมาณ 6-8 นิ้ว ตัดใต้ตาลงมาเล็กน้อยและให้รอยแผลเป็นรูปปากฉลาม เอียงทำมุมประมาณ 45 องศา กิ่งพันธุ์ตัดมานั้นควรมีตาติดมาด้วยอย่างน้อย 2-3 ตา ลิดใบออกบ้างเพื่อลดการคายน้ำ เสร็จแล้วจึงนำไปชำ วัสดุที่ใช้ในการปักชำได้แก่ ทรายผสมขี้เถ้าแกลบหรืออาจใช้อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ ในการปักชำจะต้องปักให้เอีย 45 องศา คอยดูแลอย่าให้แห้งหรือแฉะจนเกินไป ถ้าต้องการให้ออกรากเร็จจะใช้ฮอร์โมนเร่งรากช่วยก็ได้ รอจนกระทั่งกิ่งชำแตกรากและเจริญเติบโตดีแล้ว จึงย้ายไปชำเพื่อรอการปลูกต่อไป
1. กิ่งที่จะชำควรเป็นกิ่งที่ไม่อ่อนและไม่แก่จนเกินไปตัดให้
เป็นท่อน ยาวประมาณ 6-8 นิ้ว ริดใบออกบ้าง พร้อมทั้ง
เฉือนกิ่งให้เป็นรูปปากฉลามเอียงทำมุม ประมาณ 45 อาศา
2. นำไปปักชำในวัสดุที่เตรียมไว้ กรปักจะต้องปักให้
เอียงทำมุม 45 อาศา
3. รดน้ำให้ชุ่มอยู่ตลอดเวลารอจนกิ่งชำแตกยอดและรากดี
แล้วจึงย้ายไปปลูกต่อไป
2. การตัดชำใบ
การตัดชำใบนิยมใช้กับพืชที่หายาก มีราคาแพงและมีใบหนา การตัดชำใบนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 แบบ คือ
1. การตัดชำแผ่นใบ นิยมใช้กับพืชที่มีใบหนา แข็งและอวบน้ำ เช่น กุหลาบหิน โคมญี่ปุ่นและลิ้นมังกร เป็นต้น ใบที่จะใช้ในารปักชำนั้นจะต้องแก่และหนาพอสมควร ในกรณีที่ปักชำลิ้นมังกรโดยนำแผ่นใบมาตัดตามขวางให้เป็นท่อนยายท่อนละ 3-5 นิ้ว การตัดให้ตัดเสียงแล้วนำไปปักชำในวัสดุเพาะชำ ซึ่งได้แก่ ทรายผสมถ่านแกลบหรือจะใช้อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้โดยปักให้ลึกประมาณ 3 ใน 4 ส่วน ของความยาว รดน้ำให้ชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา ไม่นานต้นอ่อนก็จะโผล่ขึ้นมา ส่วนโคมญี่ปุ่นและกุหลาบหินเพียงแต่นำใบที่แก่และอวบมาวางให้หงายบนวัสดุชำแล้วกดใบให้แนบกับวัสดุชำ รดน้ำให้ชุมชื้นอยู่เสมอ ประมาณ 15-20 วัน ต้นอ่อนก็จะเกิดขึ้นมาตามรอยหยักของขอบใบ
การตัดชำแผ่นใบ
1. เลือกเอาใบที่แก่และหนาพอสมควรมา 1 ใบ
2. นำมาตัดให้เป็นท่อนยวท่อนละประมาณ 3 - 5 นิ้ว
3. นำไปปักชำในวัสดุชำและรดน้ำให้ชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา ไม่นาน
ก็จะเกิดต้นอ่อนและเกิดรากสามารถย้ายไปปลูกได้
2. การตัดชำส่วนของใบ นิยมใช้กับพืชที่มีใบใหญ่และใบอวบน้ำ เช่น บีโกเนีย โดยการตัดแบ่งใบออกเป็นส่วน ๆ ส่วนมากจะใช้ประมาณ 3-5 ส่วน ตัดขอบใบทิ้งบ้าง ส่วนของใบที่ตัดแบ่งมานั้นจะต้องมีเส้นใบติดมาด้วย นำไปปักชำในรายผสมกับถ่านแกลบอัตรา 1:1 ในการปักชำจะต้องเอาส่วนโคนของใบปักลงรดน้ำให้ชุ่ม แล้วหุ้มด้วยพลาสติกหรือใช้แผ่นกระจกปิดภาชนะชำเอาไว้ นำไปวางไว้ในที่ที่มีแสงแดดรำไร รอจนกว่าจะเกิดเป็นต้นใหม่ขึ้นมาจึงย้ายไปชำเพื่อรอการปลูกต่อไป
การตัดชำส่วนของใบ
1. ตัดใบออกเป็นส่วน ใบหนึ่งจะได้ประมาณ 3-5 ส่วน
แต่ละส่วนต้องมีเส้นใบติดมาด้วย
2. ใช้มีดตัดแต่งส่วนของใบที่ตัดออกมาให้ดูเรียบร้อย
3.นำไปชำในวัสดุที่เตรียมไว้รดน้ำให้ชุ่ม แล้วหาแผ่น
พลาสติกหรือแผ่นกระจกปิดทับอีกทีรอจนเกิดเป็นต้นใหม่
แล้วจึงย้ายไปปลูกต่อไป
3. การตัดชำใบที่มีตาติด นิยมใช้กับพืชตระกูลไทร โดยเฉพาะยางอินเดีย โดยเลือกตัดกิ่งที่แก่พอสมควร กิ่งที่ตัดออกมาจะต้องมีใบและมีตาติดมาด้วย กิ่งที่ตัดมานั้น ควรตัดให้ยาวประมาณ 2 นิ้ว นำไปชำในวัสดุชำโดยใช้ทรายผสมกับถ่านแกลบในอัตราส่วน 1 : 1 การปักชำนั้นต้องให้ตาของต้นยางลอยอยู่ข้างบนเพื่อกันไม่ให้ตาเน่าเสีย ในการตัดชำใบยางอิเดียนั้นควรจะใช้ไม้หรือหมุดยึดใบเอาไว้เพื่อกันล้มเสร็จแล้วรดน้ำให้ชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลาประมาณ 5- 6 สัปดาห์ ก็จะเจริญเติบโตเป็นต้นต่อไป
การตัดชำใบที่มีตาติด
1. ตัดกิ่งที่แก่พอสมควรต้องมีใบและมีตาติดมาด้วย
2. กิ่งที่ตัดออกมาควรยาวประมาณ 2 นิ้ว
3. นำไปปักชำในวัสดุชำและจะต้องให้ตาลอยอยู่
เสมอกับวัสดุชำเพื่อกันไม่ให้ลมพัดใบยางล้ม
ควรหาหลักไม้มาปักตรึงเอาไว้
4. การตัดชำก้านใบ นิยมใช้กับพืชพวก กล๊อกซิเนีย เปบเปอร์โรเมีย และอัฟริกันไวโอเลต เป็นต้น โดยเลือกใบที่ไม่แก่ไม่อ่อนจนเกินไป ตัดใบให้มีก้านติดมาด้วย ยาวประมาณ 2 นิ้ว นำไปปักชำในวัสดุชำโดยใช้ทรายและถ่านแกลบ ลึกประมาณ 1 - 1.5 นิ้ว ทิ้งไว้ประมาณ 5 - 6 สัปดาห์
การตัดชำก้านใบ
1. เลือกใบที่ไม่แก่และไม่อ่อนจนเกินไป ตัดก้านใบ
ที่ยาวเกินไปออกให้เหลือความยาว ประมาณ 2 นิ้ว
2. นำใบปักชำในวัสดุชำรดน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอ
3. รอจนเกิรากและต้นใหม่แล้วจึงย้ายไปปลูกต่อไป
การตัดชำราก
การตัดชำราก เป็นการตัดชำที่นิยมทำกันน้อยกว่าการตัดชำกิ่งและใบ เพราะสามารถทำได้กับพืชบางชนิดเท่านั้น เช่น สน แคแสด สายรุ้งและเข็ม เป้นต้น รากที่จะนำมาตัดชำนั้น จะต้องเป็นรากที่สมบูรณ์ไม่มีโรคและแมลงรบกวน รากที่จะนำมาชำควรมีขนาดไมม่เกินครึ่งนิ้ว ตัดให้เป็นท่อน ยาวท่อนละประมาณ 7-8 ซ.ม. นำไปชำในทรายผสมถ่านแกลบ อัตราส่วน 1 : 1 วางให้นอนลง ให้ปลายรากอยู่ด้านล่าง ส่วนด้านโคนรานั้นให้อยู่สูงกว่าโดยให้อยู่เสมอกับผิดของวัสดุปลูก กลบด้วยวัสดุปลูกให้หนาประมาณ 1 นิ้ว ดูแล รดน้ำให้ชุ่มอยู่ตลอดเวลา ประมาณ 45 - 60 วัน ต้นอ่อนก็จะโผล่ขึ้นมารอจน แตกรากดีแล้วจึงย้ายไปปลูกต่อไป (ตามปรกติการตัดชำรากนี้จะเกิดต้นอ่อน ขึ้นมาก่อน แล้วจึงจะเกิดรากตามมาที่หลัง)
การแยกหน่อ
การแยกหน่อนี้ เป็นการขยายพันธุ์ สำหรับพืชที่มีหน่อหรือมีลำต้นอยู่ใต้ดิน โดยทั่วไปนิยมแยกหน่อที่มีขนาดเล็ก ที่เกิดอยู่รอบ ๆ ต้นแม่ การแยกหน่อเป็นการขยายพันธุ์ที่ไม่ยาก แต่จะต้องอาศัยความระมัดระวังในการขุดหรือตัดแยก คืออย่าให้หน่อที่แยกออกมานั้นหักหรือช้ำเป็นอันขาด และต้องให้มีรากติดมาด้วยเสมอ พืชที่นิยมขยายพันธุ์โดยวิธีนี้ ได้แก่ พืชตระกูลหมาก ตระกูลปาล์มและตระกูลกล้วย เป็นต้น
การเพาะเมล็ด
การตอน
การตัดชำ
1
2
3
1
2
=
|Home|About us|Community|Products|Service|Design garden|วมLink|แหล่งข้อมูล|ข้อเสนอแนะ|โฆษณา|FAQs|About webmaster|
| หมวดสินค้าทั้งหมด | ไม้ประดับภายนอกอาคาร | ไม้ประดับภายในอาคาร | ไม้ประดับมงคล | สวนสวยและการจัดสวน |
บทความสาระความรู้เกี่ยวกับไม้ประดับ ชุดที่1 << กลับไป

maipradab.com
6/1 หมู่ 11 คลอง15 ศูนย์พันธุ์
ไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ต.บางปลากด อ.องครักษ์ จ.นครนายก 26120
E-mail : webmaster@maipradab.com
Tel.(037)332039,(01)8469556