| สินค้าทั้งหมด |
  | ไม้ประดับมงคล
หมวดสินค้า
 ไม้ประดับภายนอกอาคาร
 ไม้ประดับภายในอาคาร
 ไม้ประดับสำหรับจัดสวน
  แบบสวนสวย
  สินค้าแนะนำ
  วัสดุอุปกรณ์จัดแต่งสวน
  รายการสินค้าและราคาสินค้า
   ทั้งหมด
คลิกที่นี่
บริการของเรา
สั่งซื้อสินค้าผ่านหน้าเวบไชต
รับเสนอราคาไม้ประดับ
รับออกแบบและจัดสวน
มีรถบริการรับส่งสินค้า
สั่งผลิตไม้ประดับล่วงหน้า
วิธีสั่งซื้อสินค้า

 สั่งซื้อทางหน้าเวบไชต์
 สั่งซื้อทางโทรศัพท์
      (037) 332039         
      (01) 9079584
 สั่งซื้อทางอีเมล์
  order@maipradab.com

 ซื้อที่หน้าร้าน
   แผนที่ไปหน้าร้าน

การชำระเงิน

ชำระเงินสดผ่านธนาคาร
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาองครักษ์
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 4556-45466-5
ชื่อบัญชี คุณเดือนเพ็ญ เสียมไธสง
เมื่อได้โอนเงินเรียบร้อยแล้วกรุณา
แจ้งให้เราทราบมาที่ อีเมล์
service@maipradab.com
หรือ
Tel. (01)9079584, (037)332039,
เพื่อทางเราจะทำการจัดส่งให้คุณ
ทันที

ชำระเงินสด ให้กับพนักงานส่ง

หน้าวัว
ชม 20 รูปภาพหลากสีสันดอกหน้าวัว >> คลิกที่นี่
โรค แมลง และการป้องกันกำจัด
  
ไม้ประดับภายนอกอาคาร |
 ไม้ประดับภายในอาคาร
   | สวนสวยและการจัดสวน |
=   
|Home|About us|Community|Products|Service|Design garden|วมLink|แหล่งข้อมูล|ข้อเสนอแนะ|โฆษณา|FAQs|About webmaster|
ชื่อสามัญ

ชื่อวิทยาศาสตร์

ตระกูล

ถิ่นกำเนิด
ลักษณะทั่วไป

Anthurium

Anthurium andraeanum

Araceae (arum)

โครัมเบีย

หน้าวัวเป็นไม้พุ่มเตี้ยใช้ปลูกคลุมดิน มีอายุหลายปี เติบโตเป็นต้นเดี่ยวหรืแตกกอ ลำต้นสั้นหรืยืดยาวคล้ายไม้เลื้อย
และทิ้งใบช่วงล่างของต้นพร้อมทั้งเกิดรากใหม่ที่บริเวณ เป็นไม้ตัดดอกที่มีรูปร่างแปลกตา สีสันสดสวย ออกดอกได้
ตลอดปี ใบของหน้าวัวมีแตกต่างกันไปหลายแบบ เช่น รูปหัวใจ รูปใบหอก รูปสามเหลี่ยม หรือใบประกอบแบบนิ้วมือ
ใบแตกออกจากลำต้นเรียงเวียนสลับกัน ขนาดและสีต่างกันไปตามชนิดและพันธุ์
ดอกของหน้าวัวเกิดจากตาดอกที่ซอกใบ ปกติตาดอกและใบอ่อนจะเกิดพร้อมกัน แต่ตาดอกจะพัฒนาขึ้นมาหลังจากใบ
แก่สมบูรณ์แล้ว ดังนั้นต้นที่โตเร็วจึงมักจะให้ดอกดก ดอกหน้าวัวมีสวนประกอบด้วยช่อดอกที่เรียกว่าปลี อาจมีสีขาว เหลือง หรือขาวปลายสีเหลือง และจานลองดอกหรือที่เรียกว่าดอกนั้นเองจานลองดอกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าใบประดับ มี
ลักษณะคล้ายใบติดที่โคนปลีหน้าวัวที่มีดอกสีสวยสะดุดตานี้ สีของจานรองดอกมีหลากสี เช่น ขาว เขียว ชมพู ส้ม แดง
ม่วง หรือมีหลายสีปนกัน อาจเรียบหรือย่นเป็นร่องชึ่งมีคำเรียกเฉพาะว่าร่องน้ำตาซึ่งอาจตื้นลึกต่างกันไปตามพันธุ์

หน้าวัวจะเติบโตได้ดีในสภาพที่มีความชื้นสูงแสงรำไรและมีลมพัดผ่านไม่แรงนักสิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงคือปริมาณแสง
แดดที่ต้นได้รับ เพราะแสงแดดมากเกินไปจะทำให้ใบเหลือง สีดอกซีดและเป็นรอยไหม้ แต่ถ้าได้รับแสงน้อยเกินไป
จะทำให้ใบมีสีเขียวเข็ม ออกดอกน้อย ปริมาณแสงที่เหมาะสมคือประมาณ 20 - 30 % จะทำให้ต้นออกดอกดก คุณภาพ
ดอกดี วัสดุปลูก ที่นิยมใช้กันมากคือ อิฐมอญทุบ ถ่านกาบมะพร้าว ใบไม้ผุ กะลาปาล์มน้ำมัน การปลูกในกระถางส่วน
ผสมของดินใช้ดินร่วน 2 สวน ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 1 สวน ทรายหยาบ 1 สวน
การเพาะเมล็ด นิยมใช้เพื่อการปรับปรุงพันธุ์หรือเพื่อผลิตลูกผสมที่มีลักษณะต่างไปจากพ่อ-แม่พันธุ์เท่านั้น ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 3 ปี ต้นจึงจะให้ดอก การเพาะเมล็ดพันธุ์ควรทำทันทีหลังจาก เก็บผล เพราะเมล็ดหน้าวัว
สูญเสียความงอกเร็วมาก

การตัดชำยอด จะทำเมื่อต้นมีความสูงกว่าวัสดุปลูกเกิน 60 เซนติเมตร โดยตัดยอดให้ใบติดอยู่ 3 - 5 ใบ และมีราก
2 - 3 ราก ทาแผลที่เกิดจากรอยตัดด้วยยาป้องกันการติดเชื้อ จากนั้นนำยอดไปปักชำในที่ร่มและมีความชื้นสูง เมื่อมี
ยอดใหม่และรากงอกแล้วจึงย้ายไปปลูกตามปกติ

การแยกหน่อหรือตัดหน่อ นิยมทำหลังจากที่ตัดยอดชำแล้ว ต้นตอที่ถูกตัดยอดแล้วจะมีหน่อใหม่เกิดขึ้น สามารถ
ตัดแยกหน่อไปปลูกได้ โดยหน่อนั้นควรเป็นหน่อที่มีขนาดใหญ่และมีราก 2 - 3 รากแล้ว

การปักชำต้น ใช้กับต้นขนาดใหญ่ที่มีอายุมากและถูกตัดยอดไปชำแล้ว โดยตัดต้นเป็นท่อน แต่ละท่อนให้มีข้อ 2 - 3 ข้อ
นำไปปักชำในทรายหรืออิฐทุบก้อนเล็กๆ ความชื้นสูง แต่ไม่แฉาะ ควรปักชำให้ยอดทำมุมประมาณ 30 - 40 องศา วิธีนี้
ใช้เวลานานและต้นใหม่ที่ได้มักไม่แข็งแรงจึงไม่ค่อยนิยมกันนัก

กาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นวิธีที่ใช้เมื่อต้องการต้นจำนวนมากในระยะเวลาสั้น นิยมใช้กับพันธุ์ที่ผลิตเพื่อการค้า
การดูแลรักษา
สภาพการปลูก
ถ้าปลูกในบ้านหรือาคารสำนักงานควรรดน้ำวันละ 2 ครั้งในต้อนเช้าและตอนเย็นส่วนในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาว
ชึ่งความชื้นในอากาศมีน้อย ควรรดน้ำเพิ่มในช่วงบ่ายด้วย สวนการให้ปุ๋ยนิยมให้ปุ๋ยอินทรีย์ หรือปุ๋ยเคมีละลายน้ำ
เช่น สูตร 10-10-30 , 17-34-17, 16-21-27 ฉีดพ่นทางใบหรือรดที่โคนต้นก็ได้อาจเสริมด้วยกระดูกป่นเล็กน้อย 2 - 3
ครั้งต่อเดือน
การปลูกเลี้ยงหน้าวัวให้ได้ต้นที่สมบูรณ์และให้ดอกสม่ำเสมอนั้นต้องมีการตัดแต่งต้นตัดใบและดอกที่แก่หรือเป็น
โรคทิ้ง ไม่ควรปล่อยให้ต้นมีใบดกเกินไป เพราะจะทำให้การถ่ายเทอากาศบริเวณโคนต้นไม่ดี เป็นแหล่งสะสมโรค
ควรตัดใบให้เหลือ 3 - 4 ใบต่อยอดทุกปี


โรคใบจุดหรือปลีจุด ระบาดมากในฤดูฝน เกิดจากเชื้อรา ทำให้ใบเป็นจุดแห้งหรือปลีเป็นสีน้ำตาล นิยมใช้มาเน็บ
(manab) หรือคาร์เบนดาซิม (carbendazim) ฉีดพ่นเมื่อละบาด

โรคใบไหม้ ระบาดมากในช่วงฤดูฝนเกิดจากเชื้อราทำให้ใบมีจุดสีเขียวหม่นลักษณะช้ำหรือไหม้อาจขยายเป็นแผล
ขนาดใหญ่จนเน่าแลและแห้งในที่สุด ทำลลายดอกและหน่ออ่อน ควรฉีดพ่นด้วยแคงเกอร์เอ๊กซ์หรือสเตรปสลับกับยา
โคไซด์และโคแมกซ์

โรครากเน่า จะเกิดเมื่อวัสดุปลูกระบายน้ำไม่ดีและไม่สะอาด เชื้อโรคจึงเข้าทำลายได้ง่าย เมื่อพบต้นที่แสดงอาการเป็น
โรค ต้องนำไปเผาทำลายทิ้งเปลี่ยนวัสดุปลูกใหม่ หรือราดแปลงปลูกด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา

โรคใบด่าง เกิดจากเชื้อไวรัส ทำให้ใบและดอกมีลักษณะหนาและด้าน มีขนาดเล็ก รูปทรงผิดธรรมชาติ เมื่อพบต้นเป็น
โรค ต้องนำไปเผาทิ้งทำลายทันที

นอกจากนี้อาจพบแมลงศัตรูพวกเพลี้ยแป้ง เพลี้ยไฟ ไรขาว ไรแดง ซึ่งระบาดมากในช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อนหนอนกิน
ใบ แมงมุมหอยทาก หนู และกระรอก ที่มักทำความเสียหายให้กับดอกหน้าวัวมาก ควรหมั่นตรวจดูแอยู่เสมอ
การขยายพันธุ์
ไม้ประดับสัปดาห์ยอ้นหลังชุดที่1>> ว่านสี่ทิศ   สเน่ห์จันทร์แดง  หน้าวัว ชวนชม  เบญจมาศ  กุหลาบหิน  คริสต์มาส  
 
 มะขามเทศด่าง   เยอบีร่า  พุทธรักษา ทองหลางด่าง เทียนหยด เสลา ดาวกระจาย ฟ้าประดิษฐ์ บานบุรีสีม่วง สโนว์ดรอป
   บานบุรีสีเหลือง

maipradab.com
6/1 หมู่ 11 คลอง15 ศูนย์พันธ์
ไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ต.บางปลากด อ.องครักษ์ จ.นครนายก 26120
E-mail : webmaster@maipradab.com
Tel.(01)8469556